เลือกภาษา :  
 
     
 
 
     
     
     
 

New Products
STAND FOR UMBRELLA
Sa-PAPER PRODUCTS
FAN
HOT DEAL
COTTON WATERPROOF UMBRELLA
CANVAS WOODEN UMBRELLA
PAPER UMBRELLA
ANCIENT WATERPROOF UMBRELLA
CANVAS BAMBOO UMBRELLA
==: View Cart : ==

 
 
     
 
 
 
 
     
     

 
  ประวัติความเป็นมาของร่มบ่อสร้าง

หลวงพ่ออินถา พระผู้สร้างตำนานหมู่บ้านทำร่มบ่อสร้าง หนึ่งในตำนานเล่าขานเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของร่มล้านนา หรือ ร่มบ่อสร้าง โดย พ่อน้อยศรีนวล ต๊ะแสง
เมื่อประมาณเกือบสองร้อยปีมาแล้ว มีพระภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อพระอินถา (นามฉายาไม่ปรากฏ) อยู่สำนักวัดบ่อสร้าง พระคุณเจ้าองค์นี้ปฏิบัติธรรมด้วยการเดินธุดงค์อยู่เป็นประจำ  ไม่เคยอยู่กับวัด ท่านมีนิสัย ชอบดู ชอบฟัง ชอบศึกษาขนมธรรมเนียมประเพณีในถิ่นต่างๆ  ไปเรื่อยจนท่านได้พบเห็นถิ่นต่างๆ ที่ไม่มีใครได้พบเห็นในสมัยนั้น  จนครั้งหนึ่งท่านได้ธุดงค์ไปทางทิศเหนือซึ่งใกล้กับพม่า ท่านไปคราวนั้นนาเป็นเวลาหลายปี  ทั้งนี้เป็นเพราะท่านได้ธุดงค์ใกล้กับชายแดนพม่า ผู้ที่มาทำบุญตักบาตรมักจะเป็นคนไทยและพม่ารวมกันเพราะใกล้ชายแดน

 วันหนึ่ง ขณะที่ท่านฉันอาหารเช้าอยู่นั้น  ได้มีชาวพม่าใจบุญคนหนึ่งนำกลดมาถวาย เพราะเห็นว่าท่านไม่กลด  หลังจากท่านให้พรแก่ชาวพม่าผู้ถวายแล้วท่านก็ถามชาวพม่าว่า  กลดนี้ทำขึ้นเองหรือ ชาวพม่าตอบว่าเป็นฝีมือของเขาเองที่ทำขึ้นมาถวาย  แล้วท่านก็ถามที่อยู่ของพม่าคนนั้นซึ่งไม่ไกลอยู่ที่ท่านพักอยู่เท่าไหร่  เดินทางไปกี่วันก็ถึง เมื่อชาวพม่ากลับไปแล้ว ท่านก็นำกลดขึ้นมาพิจารณาดูว่า  เขาทำกันอย่างไร จึงสะดวกในการใช้และป้องกันได้ทั้งแดดและฝนด้วย  ดังนั้นท่านจึงตัดสินใจเดินทางเข้าประเทศพม่าทันที เพราะท่านตั้งใจว่าจะต้องไปศึกษาวิธีทำกลดนี้ให้ได้

 พอไปถึงที่พม่าทำกลดนั้น ท่านได้เห็นชาวบ้านทำร่มใช้กางกันแดดกันฝนได้  ซ้ำยังได้เห็นร่มขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เป็นร่มพิธีสำหรับใช้งานต่าง ๆ ทางศาสนาด้วย แต่ร่มเหล่านี้ทำด้วยกระดาษสาทั้งสิน ติดด้วยยางแล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อกันแดดและฝน  ท่านจึงได้ถามชาวบ้านดูว่า การทำร่มนี้มีอุปกรณ์อะไรบ้าง ชาวบ้านก็อธิบายให้ท่านตั้งแต่ต้นจนถึงวิธีทำกระดาษสา  เมื่อท่านได้ไปดูแล้ว ท่านก็บันทึกไว้เป็นขั้นตอนจนเสร็จแล้วคิดจะเอามาทำที่บ้านเพราะอุปกรณ์ต่างๆ  ทางบ้านเราก็มีพร้อมทุกอย่างหาได้ไม่ยาก ต่อจากนั้นท่านก็เดินทางกลับ
พอถึงวัดท่านก็หาอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่บันทึกมา  และชักชวนชาวบ้านช่วยกันหาและสอนวิธีทำทุกอย่าง เพื่อให้เกิดความสามัคคีภายในหมู่บ้าน พระอินถาได้กระจายชิ้นส่วนต่างๆของร่มให้กับชาวบ้านเพื่อทดลองทำชาวบ้านแต่ละบ้านไม่มีบ้านใดที่จะรับทำทีเดียว ทั้งหมด แต่จะรับทำเฉพาะขั้นตอน ดังนั้นที่บ้านบ่อสร้างเองไม่ได้ทำอุปกรณ์ในการทำร่มทั้งหมด มีหมู่บ้านใกล้เคียงทำวัสดุต่างๆ เช่น

  • กระดาษสา ทำที่ บ้าน ต้นเปา อำเภอสันกำแพง
  • ด้ามร่ม ทำที่ บ้านเหล่า อำเภอสันกำแพง
  • ด้ามร่ม ทำที่ บ้านออน อำเภอสันกำแพง
  • ด้ามร่ม ทำที่ บ้านแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด
  • ซี่ร่มและโครงร่ม ทำที่ บ้านสันต้นแหน อำเภอดอยสะเก็ด
  • และนำมาประกอบกัน ปิดกระดาษร่ม (หุ้มร่ม) ลงสี ที่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง

 ท่านได้สั่งผู้ชายไปหาเปลือกต้นสา มาต้มให้เปื่อย และล้างให้สะอาด เลือกเอาที่อ่อน ทุบให้ละเอียดแล้วใช้ผ้าเป็นแบบพิมพ์ซึ่งใช้ผ้าฝ้ายทอห่างๆ  มีอ่างน้ำด้วยไม้สัก ในอ่างน้ำจะมีพอประมาณ แล้วเอาพิมพ์ผ้าวางลงในอ่าง  เอาสาที่ทุบละเอียดแล้วมาละลายลงในพิมพ์ กวนให้แตกทั่วพิมพ์  ยกขึ้นไปตากแดด พอแห้งก็ทำเป็นกระดาษสาได้ ในการนี้ท่านให้ผู้หญิงเป็นคนทำเพราะผู้หญิงเป็นผู้มีความเพียร  ละเอียดกว่าผู้ชาย เหมือนกับในพม่าเขาก็ใช้ผู้หญิงเหมือนกัน

 
 
 
 
 
 

  ส่วนการทำร่มท่านก็สอนผู้ชายทำกลอนโดยใช้ไม้ไผ่(ทางเหนือเรียกไม่บง)  ส่วนหัวและตุ้มใช้ไม้ส้มเห็ด ส่วนคันให้ใช้ไม้รากและใช้ยางตะโกเป็นยางติด  พอเสร็จแล้วใช้น้ำมันยางทาอีกทีเพื่อกันแดดกันฝน ในการนี้ชาวบ้านไม่กี่คนที่มีความสนใจได้มาฝึกฝนช่วยเหลือท่าน  พอผลปรากฏออกมา ชาวบ้านนำไปใช้กันบ้าง ในการเดินทางเพื่อกันแดดและฝน  จนหมู่บ้านอื่นมาเห็นเข้าจึงมีการสั่งซื้อไปใช้กันบ้าง พอมีการสั่งซื้อไปใช้กันก็กลายเป็นเงินขึ้นมา  ตอนนั้นจึงมีชาวบ้านสนใจกันมากขึ้นแต่มนุษย์เราเมื่อทำอะไรแล้วก็ย่อมมีวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ  มีการแก้ไข และดัดแปลงให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีคนทำมากขึ้นก็กลายเป็นงานอดิเรกนอกเหนือจากการทำนา  พอทำนาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็หันมาทำร่มกันตามหมู่บ้าน พอทำเสร็จก็นำไปขายในเมืองบ้างเล็กๆน้อยๆ

ชาวบ้านมีการพัฒนาการทำร่มต่อเนื่องมา จนในปี พ.ศ. 2484 ชาวบ้านได้รวมกันตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้นในหมู่บ้าน  เรียกสหกรณ์นี้ว่า (สหกรณ์ทำร่มบ่อสร้าง จำกัดสินใช้) สมัยนั้นมีนายจำรูญ  สุทธิวิวัฒน์ สหกรณ์จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ และชักนำให้ประชาชนทำร่มซึ่งมีขนาดต่างๆ  เช่น 14 นิ้ว 16 นิ้ว 18 นิ้ว 20 นิ้ว และร่มใหญ่มีขนาด 35 และ 40 นิ้ว ตามลำดับ ทำกันทั้งร่มผ้าและร่มกระดาษ และทาสีน้ำมันซึ่งเป็นสีต่างๆ เช่น สีแดง เหลือง น้ำเงิน และสีเขียว มาผสมกับน้ำมันมะหมื้อ  (เพราะสมัยนั้นเริ่มมีน้ำมันเข้ามาขายแล้ว) ปรากฏว่าได้ผลดีมาก

 
 
 
 
 

ประมาณปี พ.ศ. 2500 ทางศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือถนนทุ่งโฮเต็ลมาช่วยเหลือพัฒนาสอนการทำกระดาษสา  ด้วยพิมพ์ผ้าเป็นเหล็กตาข่ายเล็กๆ ตัดขึ้นมาตามที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้  สินค้าร่มได้พัฒนาจนเจริญขึ้นเป็นร่มเขียนดอก ภาพวิวต่างๆ  การร่มเหล่านี้เจริญขึ้นได้เพราะทางการมีส่วนช่วยเหลือจนกลายเป็นสินค้าอย่างหนึ่งที่ส่งออกไปขายในต่างประเทศได้ดี  และต่างประเทศก็ยังได้เชิญไปสาธิตการวาดร่มในประเทศต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในประเทศนั้นมาชม  จนร่มบ่อสร้างได้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ไป