| |
ขั้นตอนการผลิต

 
- ขนาดของร่มมีตั้งแต่ ขนาดรัสมี 3”, 5”, 8”, 10”, 12”, 14”, 17”, 20”, 25”, 30”, 35”, 40”, 48”, 60”, 80” และ 100” ตามลำดับ
- ความยาวของร่ม มักจำมีสักส่วนเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของร่ม เช่น ร่มขนาด 20 นิ้ว มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1 เมตร ความสูงเท่ากับ 1 เมตร (100 เซนติเมตร), ร่มขนาด 40 นิ้ว มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 2 เมตร ความสูงเท่ากับ 2 เมตร (200 เซนติเมตร) รวมด้ามต่อ
- ร่ม มีทั้งแบบหุ้มด้วยผ้าแพร, ผ้าไหม, ผ้าดิบ, กระดาษ และผ้าหรือกระดาษสาทาสีน้ำมันเพื่อใช้กันฝน กันแดดซึ่งเป็นสีต่างๆ เช่น สีแดง ส้ม เหลือง น้ำเงิน ฟ้า เขียว ขาว ชมพู ม่วง เงิน ทอง และสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นสีของ น้ำมันมะหมื้อ
ร่ม นอกจากจะเป็นร่มที่มีสีสรรงดงามแล้ว ชาวบ่อสร้างยังคิดประดับตกแต่งร่ม ด้วยการวาดลวดลาย่างๆ โดยจินตนาการมาจากธรรมชาติ เช่น ลายดอกไม้ ลายนก ลายผีเสื้อ ลายไทยต่างๆ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับร่มอีกด้วย
- หัว ทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ตีนเป็ด, ไม้ส้มเห็ด, ไม้ตุ้มคำ และ ไม้แก พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- ตุ้ม ทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ตีนเป็ด, ไม้ส้มเห็ด, ไม้ตุ้มคำ และ ไม้แก พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- คันถือ ทำจาก ไม้ไผ่เล่มเล็ก หรือ ไม้เนื้ออ่อนก็ได้ พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- ซี่ค้ำ ทำจาก ไม้ไผ่ตง เพราะเหนียวและทนทาน บริเวณเชิงดอย ในเขต อ.สันกำแพงและดอยสะเก็ด
- ซี่กลอน ทำจากไม้ไผ่ตง เพราะเหนียวและทนทาน บริเวณเชิงดอย ในเขต อ.สันกำแพงและดอยสะเก็ด
- ม้า (สลัก) ทำจากสำหรับร่มเล็กทำด้วยสปริงเหล็ก ส่วนร่มใหญ่ทำด้วยไม้ไผ่เหลา บริเวณเชิงดอย ในเขต อ.สันกำแพงและดอยสะเก็ด
- ปลอกลาน ทำจาก ใบลาน ทำหน้าที่เป็นตัวเคลื่อนขึ้น-ลง เวลากางหรือหุบร่ม พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- ด้าย (ฝ้าย) ใช้ขึงยึด ซี่โครง ซี่ค้ำ หัวร่ม ตุ้มร่ม และ จัดช่องไฟบริเวณชายร่ม มาจากโรงปั่นฝ้าย (ด้าย) ในเขต อ.สันกำแพง
- กระดาษสา ทำจากเปลือกของต้นสา ใช้หุ้มร่ม มาจากบ้านต้นเปา อ.สันกำแพง
- ผ้าสาลู เป็นผ้าฝ้ายขาวบาง (คล้ายผ้ากรอง) ใช้หุ้มร่ม มาจากโรงทอ ในเขต อ.สันกำแพง
- น้ำยางตะโก ต้มผสมแป้งมัน เพื่อทาทับร่ม พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.ดอยสะเก็ด
- สีฝุ่น หรือจะใช้เป็นสีน้ำมัน เพื่อความสะดวกก็ได้ สมัยก่อนมีเพียง 2 สีเท่านั้นที่ทาร่ม คือสีแดงและสีดำ สีแดงได้จากการนำสีของดินแดงที่มีอยู่บนภูเขา ส่วนสีดำนั้นได้มาจากเขม่าไฟผสมน้ำมันยาง
- น้ำมันมะมื่อ ( น้ำมันมะพอก น้ำมันตังอิ๋ว ) ใช้เพื่อผสมสีทาทับบนตัวร่ม กันฝน กันแดดพบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
แหล่งวัตถุดิบและแหล่งแรงงานของการทำร่ม ตามภูมิปัญญาเดิมที่ พระครูอินถาได้เผยแผ่ จากอดีตจนปัจจุบัน ได้แก่
- กระดาษสา ทำที่ บ้าน ต้นเปา อำเภอสันกำแพง
- ด้ามร่ม ทำที่ บ้านเหล่า อำเภอสันกำแพง
- ด้ามร่ม ทำที่ บ้านออน อำเภอสันกำแพง
- ด้ามร่ม ทำที่ บ้านแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด
- ซี่ร่มและโครงร่ม ทำที่ บ้านสันต้นแหน อำเภอดอยสะเก็ด
- และนำมาประกอบกัน ปิดกระดาษร่ม (หุ้มร่ม) ลงสี ที่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง
- หัว ทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ตีนเป็ด, ไม้ส้มเห็ด, ไม้ตุ้มคำ และ ไม้แก พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- ตุ้ม ทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ตีนเป็ด, ไม้ส้มเห็ด, ไม้ตุ้มคำ และ ไม้แก พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- คันถือ ทำจาก ไม้ไผ่เล่มเล็ก หรือ ไม้เนื้ออ่อนก็ได้ พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- ซี่ค้ำ ทำจาก ไม้ไผ่ตง เพราะเหนียวและทนทาน บริเวณเชิงดอย ในเขต อ.สันกำแพงและดอยสะเก็ด
- ซี่กลอน ทำจากไม้ไผ่ตง เพราะเหนียวและทนทาน บริเวณเชิงดอย ในเขต อ.สันกำแพงและดอยสะเก็ด
- ม้า (สลัก) ทำจากสำหรับร่มเล็กทำด้วยสปริงเหล็ก ส่วนร่มใหญ่ทำด้วยไม้ไผ่เหลา บริเวณเชิงดอย ในเขต อ.สันกำแพงและดอยสะเก็ด
- ปลอกลาน ทำจาก ใบลาน ทำหน้าที่เป็นตัวเคลื่อนขึ้น-ลง เวลากางหรือหุบร่ม พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
- ด้าย (ฝ้าย) ใช้ขึงยึด ซี่โครง ซี่ค้ำ หัวร่ม ตุ้มร่ม และ จัดช่องไฟบริเวณชายร่ม มาจากโรงปั่นฝ้าย (ด้าย) ในเขต อ.สันกำแพง
- กระดาษสา ทำจากเปลือกของต้นสา ใช้หุ้มร่ม มาจากบ้านต้นเปา อ.สันกำแพง
- ผ้าสาลู เป็นผ้าฝ้ายขาวบาง (คล้ายผ้ากรอง) ใช้หุ้มร่ม มาจากโรงทอ ในเขต อ.สันกำแพง
- น้ำยางตะโก ต้มผสมแป้งมัน เพื่อทาทับร่ม พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.ดอยสะเก็ด
- สีฝุ่น หรือจะใช้เป็นสีน้ำมัน เพื่อความสะดวกก็ได้ สมัยก่อนมีเพียง 2 สีเท่านั้นที่ทาร่ม คือสีแดงและสีดำ สีแดงได้จากการนำสีของดินแดงที่มีอยู่บนภูเขา ส่วนสีดำนั้นได้มาจากเขม่าไฟผสมน้ำมันยาง
- น้ำมันมะมื่อ ( น้ำมันมะพอก น้ำมันตังอิ๋ว ) ใช้เพื่อผสมสีทาทับบนตัวร่ม กันฝน กันแดด พบมากตามหัวไร่ ปลายนา ในเขต อ.สันกำแพงและ อ.ดอยสะเก็ด
แหล่งวัตถุดิบและแหล่งแรงงานของการทำร่ม ตามภูมิปัญญาเดิมที่ พระครูอินถาได้เผยแผ่ จากอดีตจนปัจจุบัน ได้แก่
- กระดาษสา ทำที่ บ้าน ต้นเปา อำเภอสันกำแพง
- ด้ามร่ม ทำที่ บ้านเหล่า อำเภอสันกำแพง
- ด้ามร่ม ทำที่ บ้านออน อำเภอสันกำแพง
- ด้ามร่ม ทำที่ บ้านแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด
- ซี่ร่มและโครงร่ม ทำที่ บ้านสันต้นแหน อำเภอดอยสะเก็ด
- และนำมาประกอบกัน ปิดกระดาษร่ม (หุ้มร่ม) ลงสี ที่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง
ในสมัยก่อน ไม่ได้มีการเขียนลวดลายลงบนร่มเหมือนในปัจจุบัน เพียงใช้ร่มสีพื้นๆ 2 สี ดังได้กล่าวมาแล้ว การเขียนลายลงบนร่มพึ่งมีขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง
 
ความแตกต่างจากสินค้าชนิดเดียวกันที่มีแหล่งกำเนิดมาจากพื้นที่อื่น
หลายคนเข้าใจว่า ร่ม ที่ทำกันในหมู่บ้านบ่อสร้าง สามารถใช้เพียงเพื่อกันแดด หรือประดับตกแต่งเท่านั้น แท้จริงแล้วร่มบ่อสร้าง โดยเฉพาะร่มผ้าฝ้าย และร่มกระดาษสาแบบดั่งเดิม เมื่อเคลือบด้วยยางตะโกและสีน้ำมันแล้วจะเป็นร่มที่สามารถใช้งานได้จริง คือทั้งกันแดดและกันฝน ได้ดีไม่แพ้ร่มพลาสติก
ความละเอียดละออของแต่ละขั้นตอนการทำร่มบ่อสร้าง เป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาชมวิธีการผลิตร่มที่หมู่บ้านบ่อสร้าง ถึงขั้นการนำเอาศิลปะการวาดลวดลายบนร่ม ซึ่งต่อมา กลายเป็นจุดเด่นของร่มบ่อสร้าง ที่สามารถเผยแพร่สู่สายตาทั้งชาวไทยทั่วประเทศ รวมถึงชาวโลกร่วมกับหลายหน่วยงาน อาธิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานเอกชนอีกมากมาย ให้เป็นหนึ่งใน ตัวแทนแห่งศิลปะภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนาเท่านั้น หากแต่เป็น หนึ่งในภูมิปัญญาของชาวไทยทั้งประเทศ ที่สามารถเป็นหน้าเป็นตาได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก
ถึงแม้ว่า วันนี้ร่มบ่อสร้างจะยังไม่มีตราสัญลักษณ์ประจำถิ่นของร่มบ่อสร้างเอง แต่เมื่อพบเห็นร่มที่ทำจากไม้ไผ่ เหลากลึงอย่างละเอียดสวยงาม หุ้มด้วยผ้าหรือกระดาษ สีสรรสดใสแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ร่มที่เห็นอยู่นั้น สามารถเรียกกันจนติดปากว่า ร่มบ่อสร้าง ทันที
ลักษณะของร่มบ่อสร้างที่มีคุณภาพดี จะต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- รูปทรงสวยงาม
- โครงร่มและส่วนประกอบของร่มจะต้องมีความเรียบร้อยสวยงาม ทุกขั้นตอนของกรรมวิธีการผลิต ต้องมีความแม่นยำและประณีตอยู่เสมอ
- วัสดุที่ใช้จะต้องมีคุณภาพดี และมีการแช่น้ำยาป้องกันแมลงและป้องกับการเกิดเชื้อรา
- ร่มที่ใช้สำหรับกันฝน เช่นร่มผ้าฝ้ายและร่มกระดาษสาแบบดั่งเดิม สีจะต้องไม่หลุดออกมาง่าย คือต้องใช้สีที่มีคุณภาพดีและผสมเข้ากับน้ำมันมะพอก หรือตังอิ๊ว ในสัดส่วนที่เหมาะสม
  
ความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์
ถ้าเมื่อกล่าวถึง " นครเวียงพิงค์ " ในอดีต และเมือง "เชียงใหม่" ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองของล้านนาในอดีต และถ่ายทอดความเจริญรุ่งเรืองมาจนกระทั่งปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมที่แสดงออกถึงความเป็นล้านนา ในเรื่องของการแต่งกาย ประเพณี วัฒนธรรม แต่เมื่อกล่าวถึงสาวเชียงใหม่ ก็ย่อมจะนึกถึงสาวสวย กริยามารยาทที่งดงาม พูดจาไพเราะพร้อมกับร่มและการปั่นจักรยาน และที่จะไม่พูดถึงเสียไม่ได้ก็คือ "ร่มบ่อสร้าง" หัตกรรมที่ตกทอดมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และหากจะอู้คำเมือง "ร่ม" จะเรียกว่า "จ้อง" ซึ่งเป็นสัญยยลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่แม่หญิงปั่นจักรยานและกางร่มเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่ง
ดังนั้นเราจึงควรมองย้อนถึงความเป็นมาของร่มบ่อสร้างกันซักหน่อย ซึ่งกล่าวกันว่าเมื่อ 100 ปีมาแล้ว มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งชื่อ "พระอินถา" ซึ่งเป็นพระธุดงค์ ท่านจะเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ จนมาถึงชายแดนไทยและพม่า ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งได้มีชาวพม่านำร่มมาถวายแก่ท่าน ท่านเห็นว่าสามารถกันแดดกันฝนได้ จึงสนใจที่จะไปศึกษาการทำอย่างจริงจังที่ประเทศพม่า และนำมาถ่ายทอดความรู้หัตถกรรมชิ้นนี้ให้กับชาวบ้านบ่อสร้าง ซึ่งสอนให้ผู้หญิงทำกระดาษสา และผู้ชายทำซี่ร่ม เพียงไม่นานชาวบ้านก็สามารถทำได้ และได้ผลิตออกมาจนทำให้มีผู้สั่งซื้อกันเป็นจำนวนมากและก่อให้เกิดรายได้ขึ้น และกลายมาเป็นหมู่บ้านทำร่มบ่อสร้าง จนทำให้เกิดชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว และเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เมื่อกาลเวลาผ่านไป ร่มที่ทำจากกระดาษสาได้มีการเขียนลายอย่างงดงาม และสามารถใช้กันแดดกันฝนได้ ต่อมาก็กลายมาเป็นของที่ระลึก และวัสดุที่ใช้ในการทำร่มก็มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย แต่ถึงอย่างไรก็หวังว่าร่มบ่อสร้าง แห่งเมืองนครพิงค์ ก็ย่อมมีการสืบทอดต่อไปชั่วลูกชั่วหลานตราบใดที่บ้านบ่อสร้างยังคงอยู่ หัตถกรรมชิ้นมีค่าชิ้นนี้ยังคงอยู่กับเมืองเชียงใหม่ตลอดไป
ร่มบ่อสร้างไม่ใช่เพียงแต่ใช้ประดับตกแต่งเท่านั้น
นับแต่อดีตจานถึงปัจจุบัน ร่มบ่อสร้างยังเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของชาวเชียงใหม่ ทั้งในด้านการใช้สอยเพื่อกันแดด กันฝน, ใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง, ทั้งอาคาร สถานที่ งานประเพณีต่างๆ ไดอีกด้วย
  
บ้านบ่อสร้างซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงด้านการทำร่ม ซึ่งทุกชิ้นส่วนของการทำร่มจะมาจากต่างหมู่บ้านกัน ประกอบด้วย
- ทิศเหนือ ติดกับ หมู่บ้านบวกเป็ดเขตติดต่ออำเภอดอยสะเก็ด พื้นที่ผลิต ด้ามร่ม ทำที่ บ้านแม่ฮ้อยเงิน, ซี่ร่มและโครงร่ม ทำที่ บ้านสันต้นแหน,
- ทิศใต้ ติดกับ หมู่บ้านหนองโค้ง อำเภอสันกำแพง
- ทิศตะวันออก ติดกับ หมู่บ้านต้นผึ้ง อำเภอสันกำแพงพื้นที่ผลิต ด้ามร่ม ทำที่ บ้านเหล่า
- ทิศตะวันตก ติดกับ หมู่บ้านต้นเปา อำเภอสันกำแพง พื้นที่ผลิต กระดาษสา และ และบ้านบ่อสร้างนำมาประกอบ ปิดกระดาษร่ม (หุ้มร่ม) และ ลงสี
- สุดท้าย นำมาประกอบ ลงสี และวาดลวดลาย ที่หมู่บ้านบ่อสร้าง
หมู่บ้านบ่อสร้าง ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวัน ออกประมาณ 9 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1006 ( ถนนเชียงใหม่ - สันกำแพง ) มีพื้นที่ประมาณ 15.36 ตารางกิโลเมตร มีเขตการปกครองครอบคลุมพื้นที่ตำบล ต้นเปาทั้งตำบล จำนวน 10 หมู่บ้าน และมีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ อ. ดอยสะเก็ด , อ.สันทราย จ. เชียงใหม่
- ทิศใต้ ติดต่อกับ อ.สารภี จ. เชียงใหม่
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต. สันกำแพง ต.แม่ปูคา อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต. สันกลาง อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่
สภาพภูมิประเทศและลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิประเทศ โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบ ระดับความสูงอยู่ในช่วง 0 – 300 เมตร จากระดับน้ำทะเล
มีลักษณะอากาศแบบมรสุมเขตร้อน และได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จึงทำให้ในช่วงเดือนพฤษภาคม - เดือนกันยายน มีฝนตกชุก และในช่วง เดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม ประมาณ 9.9 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนเมษายน ประมาณ 39.6 องศาเซลเซียส ในเดือนกันยายน ปริมาณน้ำฝน 143.0 มิลลิเมตรต่อปี
สภาพเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจโดยส่วนรวมของประชาชน คือ เป็นศูนย์กลางแห่งหัตถกรรมไทยภาคเหนือ เป็นแหล่งผลิตสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา ผ้าไหม ผ้าทอพื้นเมือง และของที่ระลึกประเภทต่างๆและ สิ่งหนึ่งในศิลปหัตถกรรมเชียงใหม่ที่เป็นจุดเด่น คือผลิตภัณฑ์กระดาษสาร่มบ่อสร้างและพัด ราษฎรส่วนหนึ่งประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมเฉลี่ยรายได้ประชากร 1 คน ต่อ 48,000 บาทต่อปี
 
แผนที่อำเภอสันกำแพง
แผนที่อำเภอดอยสะเก็ด
ข้อมูลทั่วไป
|
ข้อมูลทั่วไป
|
อักษรไทย
|
อำเภอสันกำแพง
|
อักษรโรมัน
|
Amphoe
San Kamphaeng |
จังหวัด
|
เชียงใหม่
|
รหัสทางภูมิศาสตร์
|
5013
|
รหัสไปรษณีย์
|
50130
|
ข้อมูลสถิติ
|
พื้นที่
|
197.833
ตร.กม. |
ประชากร
|
73,721
คน (พ.ศ. 2549 พฤษภาคม) |
ความหนาแน่น
|
372.64
คน/ตร.กม. |
|
อักษรไทย
|
อำเภอดอยสะเก็ด
|
อักษรโรมัน
|
Amphoe
Doi Saket |
จังหวัด
|
เชียงใหม่
|
รหัสทางภูมิศาสตร์
|
5005
|
ข้อมูลสถิติ
|
พื้นที่
|
671.3
ตร.กม. |
ประชากร
|
64,116
คน (พ.ศ. 2548) |
ความหนาแน่น
|
95.5
คน/ตร.กม. |
|
|
|